|
|
|
|
ถ้าแหยมยโสธร
คือหนังรักเว้าอีสานสีสันฉูดฉาดแฟนตาซีสไตล์ย้อนยุค
สหมงคลฟิล์มเจ้าของเดียวกันกับ แหยม1-2
อยากให้ทุกคนได้สัมผัสกับเสน่ห์ของ ฮักนะ
สารคาม ภาพยนตร์ ฮัก สุดติ่งริงมายด์เบลล์ 10
มีนาคมนี้ ทุกโรงภาพยนตร์
ฮักนะ สารคาม เป็นภาพยนตร์แนวโรแมนติก คอเมดี้
ถ่ายทอดจากมุมมองความรัก
ความฝันที่สะท้อนภาพจริงของผู้คนหนุ่มสาวรุ่นใหม่
ที่ชีวิตผูกผันกับรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะ
ท่ามกลางมิตรภาพ
ความผูกผันในช่วงรอยต่อแห่งความรัก
ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนมัธยมหรือกลุ่ม
เพื่อนพ้องน้องพี่ในรั้วมหาวิทยาลัย
ที่ล้วนแล้วแต่มีเรื่องราวจี๊ดๆชวนบอกต่อ
โดยเฉพาะภาษารักที่โดนใจ สุดๆ
ถึงแม้ว่าจะต้องพึ่งพาซับไตเติ้ลในการซึมซับ
เพราะเป็น นิยามรักของหนังรักใสๆฮาๆภาษาอีสาน
ที่ไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนใครอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ระดมทีมงาน ผู้กำกับ กอล์ฟ-ธัญญ์วาริน
สุขะพิสิษฐ์ (มือเขียนบท,แอ็คติ้งโคช)
โปรดิวเซอร์ ปรัชญา ปิ่นแก้ว
ไปจนถึงเหล่านักแสดงหน้าใสแต่มีดีเอ็นเอเข้มข้นแบบอีสานแท้
ขึ้นจออย่างพร้อมเพรียง
ผ่านตัวละครที่ล้วนถูกรายล้อมด้วยความรักอย่างเต็มเปา
ไม่ว่าจะเป็น ตุ๊กกี้ ชิงร้อยฯ
แอ๊บแบ๊วสุดชีวิตในบทนักศึกษารุ่นพี่ปีเกิน
ประกบหนุ่มหล่อระดับนายแบบลูกครึ่งจีน-เวียดนาม
ธันวา สุริยจักร
กับผลงานการแสดงภาพยนตร์ครั้งแรก
ในบทหนุ่มหล่อสุดฮ็อตประจำมหาวิทยาลัย ควงคู่
มิลค์-ภาวิณี วิริยะชัยกิจ
(สาวหวานจากฝันโคตรโคตร,กะปิ)
ในบทเทควันโดสาวที่ถูกหนุ่มๆรุมจีบตลอดเวลา
พร้อมด้วย หนูจ๋า-อาชิรญาณ์ ภีระภัทร์กุญช์ชญา
(มหาลัยสยองขวัญ)
กับบทสาวสวยที่ยอมเปิ่นโก๊ะได้ทุกรูปแบบเพื่อหนุ่มที่ตัวเองแอบรัก
และขอแนะนำ 3 นักแสดงหน้าใหม่ น้องเกรท-สุมลนาถ
คำหว่าน
สาวม.ปลายที่อยู่ตรงกลางระหว่างคนที่เรารักและคนที่รักเรา,
น้องอ้วน-วิภู งามเนตร
เด็กหนุ่มที่ทำทุกอย่างเพื่อรักแรก และ
น้องเต้-ประภัทรพงศ์ ประสิทธิพงศ์
เด็กหนุ่มที่ต้องเลือกระหว่างอนาคตหรือความรัก
ที่จะมาร่วมกันส่งต่ออาการและคำบอกรักแบบจี๊ดๆ
ฮักนะ
ไปทั่วทุกพื้นที่ไม่ว่าคุณจะอยู่มุมใดของประเทศ
|
|
|
ตุ๊กกี้ ชิงร้อยฯ แอ๊บแบ๊ว!
จูงมือพระเอกลูกครึ่ง ธันวา
พร้อมด้วย มิลค์-ภาวิณี,หนูจ๋า-อาชิรญาณ์
และนักแสดงวัยทีน
ถ่ายโปสเตอร์ภาพยนตร์ ฮักนะสารคาม
Openmm.com Movie
InEntertainment วันที่ 10 กุมภาพันธ์
2554 |
|
 |
เจ๊ใหญ่ ตุ๊กกี้ ชิงร้อยฯ (สุดารัตน์
บุตรพรม) นำทีมนักแสดงวัยเอ๊าะอย่าง น้องมิลค์
(ภาวิณี วิริยะชัยกิจ), น้องหนูจ๋า (อาชิรญาณ์
ภีระภัทร์กุญช์ชญา)
ร่วมด้วยน้องนักแสดงหน้าใหม่ใสกิ๊กอย่าง
น้องเกรท (สุมลนาถ คำหว่าน), น้องเต้
(ประภัทรพงศ์ ประสิทธิพงศ์) และน้องอ้วน (วิภู
งามเนตร)
พร้อมควงพระเอกหนุ่มหล่อลูกครึ่งจีน-เวียดนามดีกรีนายแบบ
ธันวา สุริยจักร
ยกกองถ่ายโปสเตอร์ภาพยนตร์ล่าสุดเรื่อง ฮักนะ
สารคาม ณ สตูดิโอ Hasselblad ถ.วิภาวดีรังสิต
บรรยากาศเบื้องหลังการถ่ายโปสเตอร์ครั้งนี้เฮฮาสนุกสนาน
ตุ๊กกี้ออกอาการดี๊ด๊าดีใจเกินหน้ากับการปรับลุค
กระชากวัยแต่งชุดแอ๊บแบ๊วเป็นนักศึกษา
พร้อมใส่ลีลาโพสต์ท่าใสๆ
แบบเต็มเหนี่ยวไม่มียั้งเป็นต้นแบบให้น้องๆ
ทำเอานักแสดงรุ่นน้องต้องยอมชิดซ้ายสู้ลีลาเจ๊ตุ๊กกี้ไม่ได้เลยทีเดียว
โดยตุ๊กกี้เล่าถึงบรรยากาศการถ่ายทำในครั้งนี้ว่า
ตุ๊กกี้มาถ่ายโปสเตอร์หนังเรื่อง ฮักนะสารคาม
เป็นหนังเรื่องใหม่ที่ตุ๊กกี้ร่วมแสดงนำด้วยค่ะ
หนังรักกุ๊กกิ๊กตลกเฮฮาสำเนียงอีสานตลอดทั้งเรื่อง
แต่ต้องบอกว่านักแสดงเรื่องนี้หน้าตาดีทุกคนเลย
โดยเฉพาะพระเอกเรื่องนี้หล่อมากกกก...เป็นถึงนายแบบหนุ่มลูกครึ่งจีนเวียดนามชื่อ
น้องธันวา และก็ยังมีน้องมิลค์, น้องหนูจ๋า
น้องๆ
นักแสดงหน้าใหม่สวยหล่อกันหมดทุกคนตุ๊กกี้การันตีค่ะ
ติดตามชมกันนะคะรับรองว่าทั้งสนุกทั้งฮากระจาย
และเรื่องนี้จะได้เห็นตุ๊กกี้ในลุคที่แตกต่างจากหนังเรื่องอื่นอย่างแน่นอน
เพราะเรื่องนี้เป็นครั้งแรกที่ตุ๊กกี้ได้รับบทเป็นดาวเด่นแห่งมหาวิทยาลัยแต่งชุดนักศึกษาลดอายุลงมาเยอะเลย
แอ๊บแบ๊วสุดๆ ค่ะ(หัวเราะ)
เตรียมพบกับภาพยนตร์รักโรแมนติกสุดฮา
ผลงานกำกับโดย กอล์ฟ-ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์
ที่จะชวนหัวใจทุกดวงร่วมกันบอก ฮักนะสารคาม
พร้อมกันทุกโรงภาพยนตร์ 10 มีนาคมนี้
|
|




 
 
|
|
|
ปรัชญาการันตี ฮักนะสารคาม
ฉีกแนวโรแมนติกคอมิดี้มีซับไตเติ้ล
Openmm.com Movie
InEntertainment วันที่ 14 กุมภาพันธ์
2554 |
|
 |
เป็นผู้กำกับและโปรดิวเซอร์ที่มักมีไอเดียบรรเจิดแปลกใหม่มานำเสนออยู่ตลอดเวลาสำหรับ
ปรัชญา ปิ่นแก้ว ล่าสุดนอกเหนือจากงานกำกับ
เควิน เบคอน
ในโปรเจ็คต์ภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดอย่าง Elephant
White
และหนังแอ็คชั่นเทควันโด้ที่ร่วมทุนกับเกาหลีอย่าง
THE KICK ซึ่งปิดกล้องไปแล้ว พี่ปรัช
พี่ใหญ่ของคนในวงการหนังไทยแอบแย็บให้ฟังว่า
กำลังจะมีภาพยนตร์โรแมนติคคอมิดี้เรื่องใหม่ที่พูดได้ว่าทั้งแปลกใหม่
สร้างสรรค์และท้าทายคนดูเตรียมเข้าฉาย
ซึ่งตอนนี้อยู่ในระหว่างขั้นตอนการตัดต่อในแล็บชื่อว่า
ฮักนะสารคาม
หลังจากก่อนหน้านี้เคยจับมือกับ หม่ำ จ๊กม๊ก
สร้างปรากฎการณ์หนังรักย้อนยุคสีสันสดใสอย่างแหยมยโสธรฮิตไปทั่วบ้านทั่วเมืองมาแล้ว
มาคราวนี้นั่งแท่นโปรดิวเซอร์ตั้งใจทำหนังรักใสใสสำหรับคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ
เป็นหนังรักที่มีจุดเด่นอยู่ที่มีซับไตเติ้ลมาช่วยสร้างสีสันในการชม
เพราะถึงอย่างไรเชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่มีเลือดอีสานอยู่ในตัวกันอยู่แล้ว
แถมยังได้นักแสดงวัยรุ่น รุ่นใหม่อย่าง ธันวา
สุริยจักร หนุ่มลูกครึ่งจีน-เวียดนาม,
มิลค์-ภาวิณี วิริยะชัยกิจ (ฝันโคตรโคตร,
กะปิลิงจ๋อไม่หลอกจ้าว), หนูจ๋า-อาชิรญาณ์
ประกบกับนักแสดงสุดฮอตแห่งยุคอย่าง ตุ๊กกี้
ชิงร้อยฯ
ซึ่งพูดได้ว่ายังไม่เคยมีใครทำมาก่อนสำหรับหนังรักสำหรับคนรุ่นใหม่ที่พูดได้เต็มปากว่าสนุกสนานไม่แพ้หนังรักวัยรุ่นที่เคยดูกันโดยเฉพาะอย่างยิ่ง
เสน่ห์แห่งรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ
ความเป็นธรรมชาติที่ทุกอย่างล้วนดูกลมกลืน
ลงตัวไปหมด
เพราะนักแสดงหน้าใสทุกคนล้วนอินเทรนด์และมีดีเอ็นเอเข้มข้นแบบอีสานแท้ๆแทบทั้งสิ้น
ต่างมาร่วมแท็คทีมกันส่งต่ออาการ
ฮักนะไปยังคนดูในทุกพื้นที่ของทุกจังหวัดทั่วประเทศที่ชื่นชอบหนังรักอารมณ์ดีเป็นพิเศษได้พิสูจน์กัน
ที่ผ่านมาเวลาเราดูหนังโรแมนติคคอมิดี้ที่เป็นหนังวัยรุ่น
เราเคยสังเกตกันไหมว่ากว่า 80-90
เปอร์เซ็นต์ของหนังวัยรุ่นที่เราได้ดูกัน
มักจะเป็นหนังรักวัยรุ่นที่ตัวละครหรือเรื่องราวต่างๆ
ล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพ
นั่นเป็นเพราะผู้สร้างส่วนใหญ่มักหยิบเอาเรื่องราวความรักของวัยรุ่นกรุงเทพมานำเสนอ
แต่จริงๆแล้วเราอาจจะลืมไปว่าเมืองไทยมี 76
จังหวัด ยังมีเรื่องราวดีๆ
สนุกสนานของวัยรุ่นอีกตั้ง75-76จังหวัด
ที่ถ้าเราได้ลงไปคลุกคลีก็จะมีเรื่องราวที่น่าสนใจไม่แพ้กัน
และเป็นเรื่องที่ทันสมัยด้วยนะ
เพราะเป็นเรื่องราวของวัยรุ่นในปัจจุบันที่เขาก็ฟังบอดี้สแลม
ชอบวงเกาหลีบอยแบนด์
เกิร์ลกรุ๊ปเหมือนกับวัยรุ่นกรุงเทพเหมือนกัน
โดยเฉพาะในยุคที่มีไวไฟ
มีอินเตอร์เนตมีแบล็คเบอร์รี่ไอโฟน
เพียงแต่ว่ายังไม่เคยมีใครหยิบมาถ่ายทอดเท่านั้นเอง
ที่เห็นๆ
ก็จะมีหนังเรื่องเพื่อนสนิทที่พูดถึงเรื่องราวความรักของวัยรุ่นในรั้วมหาวิทยาลัยในจังหวัดเชียงใหม่
และที่สำคัญคือนอกจากตัวเรื่องราวที่สนุกสนานเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะในแบบฉบับที่แตกต่างจากแหยมยโสธรแล้ว
นักแสดงและทีมงานรุ่นใหม่ทุกคนล้วนแล้วแต่มีดีเอ็นเออีสานแท้ทั้งสิ้น
โดยเฉพาะพระเอกที่กำลังจะมีละครมนต์รักแม่น้ำมูล
ส่วนน้องมิลค์ น้องหนูจ๋าก็เป็นสาวขอนแก่น
ตุ๊กกี้ก็เป็นคนอุดรธานี
คุณกอล์ฟ-ธันญ์วารินผู้กำกับเองรวมทั้งตัวผมด้วยเช่นกัน
เตรียมพบกับ ฮักนะสารคาม
ภาพยนตร์ฮักสุดติ่งริงมายเบลล์ 10
มีนาคมนี้ทุกโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ
|
|







|
|
|
เปิดตัวนักแสดงหน้าใสวัยน่า ฮักตุ๊กกี้
ชิงร้อยฯ
สวมบทเจ๊ดันส่งหน้าใหม่เรียกเสียงกรี๊ดกับภาพยนตร์
ฮักนะสารคาม
Openmm.com Movie
InEntertainment วันที่ 16 กุมภาพันธ์
2554 |
|
 |
สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล ร่วมกับ
สถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน
มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
จัดงานเปิดตัวภาพยนตร์เรื่อง ฮักนะสารคาม
หนังรักโรแมนติกคอมิดี้ที่เน้นนักแสดงหน้าตาดีวัยใส
แต่เว้าอีสานทั้งเรื่อง
ร่วมถ่ายทอดเรื่องราวความรักกุ๊กกิ๊ก ความฝัน
ที่สะท้อนภาพจริงของวัยรุ่นยุคใหม่ท่ามกลางมิตรภาพความผูกผันกับรอยยิ้ม
และเสียงหัวเราะของชาวมหาสารคาม เมื่อวันที่
15 กุมภาพันธ์ 2554 ณ SF Cinema City ชั้น 7
มาบุญครอง
ท่ามกลางบรรยากาศงานแห่งความ ฮัก
เข้ากันกับเทศกาลวันวาเลนไทน์ที่เพิ่งผ่านพ้นไป
ก่อนที่บนเวทีจะเปิดตัวด้วยการเชิญผู้สร้างโปรเจ็กต์ความฮัก
ขึ้นมาพูดคุยบนเวทีถึงที่มาที่ไปของหนัง
นำทีมโดย กอล์ฟ-ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์
ผู้กำกับมือรางวัลและอยู่เบื้องหลังผลงงานคุณภาพมานับไม่ถ้วน
รวมไปถึงโปรดิวเซอร์คนเก่ง ปรัชญา ปิ่นแก้ว
และ ผศ.ดร.ทรงคุณ จันทจร ผู้อำนวยการ
สถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน
มหาวิทยาลัยมหาสารคาม นำทีมเปิดตัวนักแสดงโดย
ตลกสาวสุดฮ็อตขวัญใจมหาชน ตุ๊กกี้-สุดารัตน์
บุตรพรม ร่วมด้วยนักแสดงหน้าใสวัยน่า ฮัก
ได้แก่ มิลค์-ภาวิณี วิริยะชัยกิจ, ทัน-ธันวา
สุริยจักร, หนูจ๋า-อาชิรญาณ์
ภีระภัทรกุญช์ชญา, เกรท-สุมลนาถ คำหว่าน,
เต้-ประภัทรพงศ์ ประสิทธิพงศ์, อ้วน-วิภู
งามเนตร, อาร์-ณัฏฐ์ณธกฤศ์ อินทรสูต และ สมคิด
สุขเอิบ
พกพาความน่ารักสดใสจนเรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนๆ
ลั่นงาน
ขึ้นเวทีร่วมพูดถึงบทบาทและเรื่องราวความสนุกในหนังเรื่องนี้
ก่อนจะปิดท้ายด้วยการให้เกียรติจากบรรดาผู้บริหารและผู้สนับสนุนการสร้าง
ได้แก่ คุณชมศจี เตชะรัตนประเสริฐ
รองประธานกรรมการฝ่ายขายและโปรแกรมมิ่ง บริษัท
สหมงคลฟิล์ม, คุณสุพัฒน์ งามวงศ์ไพบูลย์
ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท SF Cinema
City, ผอ.สามารถ จันทรสูรย์
ที่ปรึกษากระทรวงวัฒนธรรม, ดร.ศาสตรา
เหล่าอรรคะ ตัวแทนจากFCS Entertainment
และมูลนิธิวัฒนธรรมศาสตร์,
ว่าที่พันตรีดร.เทิดชัย พัทธชัย
ตัวแทนจากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม
ร่วมถ่ายภาพหมู่กับผู้สร้างโปรเจ็กต์และทีมนักแสดง
ก่อนจบงานแถลงข่าวครั้งนี้
ฮักนะสารคาม ภาพยนตร์ฮัก
สุดติ่งริงมายเบลล์ 10 มีนาคมนี้ทั่วประเทศ
|
|



 




|
|
|
มิลค์-เต้ โชว์ฝีมือตัดเสื้อพร้อมส่งต่อความรัก
แบบฉบับอีสานอินเทรนด์
Openmm.com Movie
InEntertainment วันที่ 22 กุมภาพันธ์
2554 |
|
 |
ถึงจะเป็นสาวทันสมัย
แต่เมื่อถึงเวลาวาดลวดลายแม่ศรีเรือน
นักแสดงสาวหน้าใสอย่าง มิลค์-ภาวิณี
วิริยะชัยกิจ และนักแสดงหน้าใหม่ใสกิ๊กอย่าง
เต้-ประภัทรพงศ์ ประสิทธิพงศ์
นักแสดงนำจากภาพยนตร์เรื่อง ฮักนะสารคาม
ภาพยนตร์แนวโรแมนติกคอเมดี้ แบบที่เรียกว่า
ว่างจากกองถ่ายปุ๊บก็หาอะไรทำปั๊บกันเลยทีเดียว
วันนี้ขอมาในมุมหวานๆ
ที่จะเก็บเป็นความประทับใจ
อย่างเช่นการเย็บปักถักร้อยบ้าง
โดยการสอนของคุณครูฝีมือดีอย่าง
คุณครูหญิง-อนุตรา สุวรรณาภรณ์
ที่ครั้งนี้มาทำการสอนเรื่องการตัดเย็บชุดที่ร้าน
L sewing studio
โดยเป็นการเรียนกันแบบตัวต่อตัวเลยทีเดียว
แค่เริ่มต้นก็แอบขำเล็กๆ เมื่อรู้ว่าทั้ง 2
คนเพิ่งเคยหัดตัดเย็บเสื้อผ้าเป็นครั้งแรก
เล่นเอา คุณครูหญิง
ปวดดหัวกับผลงานการตัดเย็บเสื้อผ้าของ
มิลค์-เต้
ซึ่งงานนี้ไม่หมูเลยเพราะต้องสอนกันตั้งแต่เริ่มต้น
โดยเริ่มจาก การวัดตัวก่อน
จากนั้นก็ไปวางแพทเทิร์นผ้าที่จะตัด
แล้วก็ค่อยไปลงมือตัดเย็บจริง
ฟังดูแล้วช่างยากเย็นเหลือเกิน
เล่นเอาสาวมิลค์กับหนุ่มเต้ถึงกับอยากวางผ้าไปแสดงภาพยนตร์ต่อกันเลยทีเดียว
แต่สาวมิลค์ของเราก็ไม่ยอมแพ้
เพราะมีพื้นฐานที่คุณแม่เคยสอนมาบ้าง
(แหมมมม... แววแม่บ้านเริ่มโชว์ออกมาทีละนิด)
จนได้กระโปรงลายผ้าขาวม้าเก๋ไก๋มาหนึ่งตัวพร้อมแอบทำหวานปักหัวใจไว้ด้วย
ส่วนหนุ่มเต้หลังจากที่ยืนงงๆ
อยู่นานก็ได้เสื้อกั๊กสุดเท่ที่มีตัวเดียวในโลกมาด้วยเหมือนกัน
ถึงแม้จะปาดเหงื่อซักหน่อย
แต่ในที่สุดความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จก็อยู่ที่นั่น
สาวมิลค์กับหนุ่มเต้ของเราก็ได้ผลงานชิ้นโบว์แดงมาครอบครองจนได้
(มิลค์)
เป็นครั้งแรกที่มิลค์ได้มาตัดเสื้อผ้าแบบจริงจังคะ
เคยจับๆ มาบ้างเพราะคุณแม่ชอบตัดเสื้อ
แต่นี้เป็นครั้งแรกที่ทำได้เป็นชิ้นเป็นอัน
มิลค์ใช้ผ้าขาวม้าสีแดงแล้วก็ปักหัวใจลงไป
เพราะเพิ่งผ่านวาเลนไทน์มาไม่นานเลยขออินกับเทศกาลนิดนึง
จริงๆแล้วตอนแรกมิลค์ก็คิดว่ามันจะดูเชยๆ
รึป่าว แต่พอทำออกมาแล้วมันน่ารักมากเลย
มิลค์คงได้ใส่ไปเที่ยวแน่ๆ จริงๆ
แล้วศิลปะของไทยๆ
มันไม่ได้ดูเชยอย่างที่เราคิด
อย่างภาพยนตร์เรื่องฮักนะสารคามก็เหมือนกันคะ
เป็นหนังรักน่ารักๆ ที่พูดภาษาอีสาน
แต่ไม่ได้ล้าสมัยนะค่ะ
เพราะวัยรุ่นอีสานก็ไม่ต่างกับกรุงเทพเลย
เขาจะมีมุมมีเอกลักษณ์เป็นความน่ารักเฉพาะตัว
แล้วตัวมิลค์เองก็เป็นคนอีสานเหมือนกันก็เลยเข้าใจอารมณ์ของความเป็นอีสานแบบสมัยใหม่
งานนี้บอกได้คำเดียวว่า
นอกจากจะได้ผลงานไปเชยชมฝันหวานกันแล้วยังได้ความสนุกสนาน
รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะติดกลับไปเต็มๆ
นอกจากนี้ใครที่รอติดตามชมภาพยนตร์แนวโรแมนติกคอเมดี้เรื่อง
ฮักนะสารคาม ที่ทั้ง 2 คน มิลค์-เต้
ตั้งใจชวนทุกคนอมยิ้มไปด้วยกัน
เตรียมพกความฮักในฉบับอีสานได้แล้ว 10
มีนาคมนี้ ทุกโรงภาพยนตร์อย่างแน่นอน
|
|






 

 

|
|
|
ครั้งแรกของ มิลค์-ภาวิณี วิริยะชัยกิจ
นางเอกหวานใส โชว์สำเนียงอีสาน ในเรื่อง
ฮักนะสารคามภาพยนตร์ ฮัก สุดติ่งริงมายเบลล์
Openmm.com Movie
InEntertainment วันที่ 23 กุมภาพันธ์
2554 |
|
  |
|
Q: แนะนำตัวกันหน่อย
M: สวัสดีค่ะ มิลค์ ภาวิณี วิริยะชัยกิจ
รับบทเป็น เกษ ในภาพยนตร์เรื่อง ฮักนะสารคาม
Q: ผลงานที่ผ่านมีอะไรบ้าง
M: ผลงานที่ผ่านมาก็เคยประกวด SPY Girl ปี
2008 ได้ตำแหน่งSPY BRAND AMBASSADORS
ผลงานภาพยนตร์ที่ผ่านมาก็เรื่อง ฝันโคตรโคตร
ของพี่พิง ลำพระเพลิง และภาพยนตร์เรื่อง กะปิ
ลิงจ๋อไม่หลอกจ้าว ของพี่กังฟู นิติวัฒน์ค่ะ
ผลงานทางด้านละคร
ก็มีซิทคอมรายการระเบิดเถิดเทิง
แล้วก็เรื่องรักล้นๆ 9 คน 4 คู่ค่ะ
Q:
เข้ามาร่วมงานในโปรเจ็คต์ครั้งนี้ได้อย่างไร
M: เรื่องนี้ต้องการนักแสดงที่พูดอีสานได้
เพราะว่าทั้งเรื่องจะพูดแต่ภาษาอีสาน
ทางทีมงานก็จะต้องหานักแสดงว่ามีใครบ้างที่พูดได้
แล้วเราก็เป็นหนึ่งในนั้นที่พูดได้ก็เลยได้รับเลือกมาค่ะ
ก็รู้สึกภูมิใจค่ะที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมกับโปรเจ็คต์ครั้งนี้
และภาพยนตร์เรื่องฮักนะสารคาม
ยังเป็นโปรเจ็คต์ของทางสถาบันวิจัยส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน
มหาวิทยาลัยมหาสารคามที่ได้รับทุนจากไทยเข้มแข็งของกระทรวงวัฒนธรรมในการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยค่ะ
Q: แล้วเรื่องนี้ รับบทเป็นใคร
คาแรคเตอร์เป็นอย่างไร
M: ในเรื่องนี้ มิลค์รับบทเป็น เกษ
โดยคาแรคเตอร์ของเกษ
จะเป็นนักกีฬาเทควันโด้ตัวแทนของมหาลัยไปแข่งกีฬาระดับประเทศ
จะเป็นผู้หญิงที่มีความมุ่งมั่น
ทุ่มเทในสิ่งที่ตัวเองทำสุดๆ
ไม่ได้เป็นสาวหวานเวลามีคนมาจีบก็จะดุ
ไม่ชอบไม่สนใจ จนเมื่อ เทพ (ธันวา สุริยจักร)
พระเอกของเรื่องมาตามจีบ
ด้วยความที่เกษเป็นคนอีสานพูดกลางไม่ได้ก็จะเขินวิ่งหนีตลอด
Q: เล่าเรื่องย่อ ฮักนะสารคาม สักนิดนึง
M: เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นที่จังหวัดมหาสารคาม
เป็นเรื่องราวความรักวัยรุ่นวัยเรียน
โดยจะเป็นช่วงมหาวิทยาลัยแล้วก็ช่วงมัธยมในส่วนของมิลค์เนี่ยจะเป็นช่วงมหาวิทยาลัย
ในเรื่องเจ๊อุบล (ตุ๊กกี้ ชิงร้อยฯ)
จะเป็นนักศึกษาที่ไม่ยอมจบสักที
และจะทำงานพิเศษเป็นหมอดูอยู่ที่ตลาด
เกษก็จะไปดูดวงกับเจ๊อุบล
และทำให้ได้เจอกับพระเอกคือเทพ ครั้งแรก
ทำให้เทพตกหลุมรักและพยามตามจีบเกษ
แต่เกษก็จะเขินวิ่งหนีตลอด
สุดท้ายจะลงเอยยังไงต้องติดตามชมกันนะคะ
Q: ในเรื่องนี้ต้องแสดงเป็นนักกีฬาสาวเทควันโด
ต้องมีการเตรียมตัวอย่างไรบ้าง
M: ต้องบอกว่ามิลค์ไม่เป็นเลยจริงๆ
เทควันโดเนี่ย (หัวเราะ)
ตอนถ่ายก็จะเป็นสนามแข่งเทควันโดจริง
แล้วมีอาจารย์ทางมหาวิทยาลัยมาช่วยสอนเบสิกเบื้องต้นให้ว่าต้องเตะอย่างนี้นะ
ต้องก้าวขาอย่างนี้นะ
และก็มีพี่ผู้ช่วยผู้กำกับเขาเคยเรียนเทควันโด
ระดับสายดำ
พี่เขาก็ช่วยสอนด้วยเช่นกันค่ะพอเริ่มถ่ายเตะไปประมาณ
15 นาที ขาก็จะเป็นตะคิวแล้ว (หัวเราะ)
และก็เตะโดนคนที่แสดงคู่กันแต่เตะโดนตรงที่ไม่มีเกราะป้องกันตลอดเลย
ถ่ายเสร็จก้ต้องเข้าไปขอโทษเขา
เราไม่ได้ตั้งใจนะแต่เราเตะไม่เป็นจริงๆ
พี่กอล์ฟก็อยากให้ออกมาดูสมจริงดูเหมือนว่าเราเป็นนักกีฬาจริงๆ
ก็หลายเทคหน่อย
เตะกันเหงื่อแตกและก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีค่ะ
Q: แตกต่างจากเรื่องอื่นที่เคยแสดงมาไหม
M:
แตกต่างอย่างชัดเจนเลยคือเรื่องนี้จะพูดภาษาอีสานทั้งเรื่องค่ะ
เป็นเรื่องชีวิตวัยเรียนช่วงมหาวิทยาลัยก็ใกล้กับตัวเราเอง
แล้วมีเรื่องความรักกุ๊กกิ๊กแบบแอบชอบแต่ไม่กล้าเขินอะไรประมาณนี้ค่ะ
Q: ฉากรักกุ๊กกิ๊กจะเป็นฟิวส์ประมาณไหน
แล้วเบื้องหลังการถ่ายทำเป็นอย่างไร
M: ฉากกุ๊กกิ๊กเนี่ย แบบว่าเขินพระเอก
เขินที่เราพูดภาษาอีสานแต่พระเอกพูดภาษากลางก็เลยวิ่งหนี
แอบตามต้นไม้เหมือนหนังอินเดียเลย (หัวเราะ)
แล้วจะมีฉากบอกรักกลางแม่น้ำคือจะนั่งอยู่ในเรือคุยกันจู๋จี๋กันแต่น้ำไหลเชี่ยวมาก
ซึ่งจะมีทีมงานลงไปอยู่ใต้เรือแอบอยู่คอยจับเรือไว้ไม่ให้ไหลไปตามน้ำ
น้ำก็จะเย็นๆ ทีมงานโดนปลาตอดขาอีก (หัวเราะ)
และก็ต้องแช่อยู่แบบนั้นเพื่อรอแสงพระอาทิตย์ขึ้นตั้งแต่
6
โมงเช้าแสงก็ยังไม่ขึ้นสักทีจนจะเที่ยงวันแล้ว
เพราะอากาศวันนั้นจะสลัวๆ
เป็นช่วงหน้าฝนด้วยค่ะ
ทานข้าวก็ทานกันบนเรือเลยอะไรอย่างเนี่ยค่ะ
เป็นฉากบอกรักที่ลำบากและต้องอาศัยความอดทนทั้งทีมงานและนักแสดงกันเลยทีเดียว
Q: การทำงานร่วมกับพี่ตุ๊กกี้ ชิงร้อยฯ
รวมถึงนักแสดงคนอื่นๆ
ในเรื่องนี้เป็นอย่างไรบ้าง
M: สำหรับพี่ตุ๊กกี้
เราเคยร่วมงานกันมาแล้วจากภาพยนตร์เรื่องกะปิ
ลิงจ๋อไม่หลอกจ้าว
พอได้มาร่วมงานกันอีกครั้งก็สนุกสนานเฮฮาดีค่ะเพราะเราเริ่มคุ้นเคยกันแล้ว
เวลาอยู่ในกองถ่ายมิลค์จะชอบชวนพี่ตุ๊กกี้กินส้มตำปลาร้ากันตลอดเลย
(หัวเราะ) ส่วนนักแสดงคนอื่นๆ
น้องเกรทก็สนิทกัน เพราะน้องเกรทเรียนที่
ม.ขอนแก่นที่เดียวกันด้วยก็จะเจอกันบ่อย
หนูจ๋าเราก็เป็นคนบ้านเดียวกันคนขอนแก่นเหมือนกันค่ะ
ส่วนน้องเต้ น้องอ้วน ก็จะซนๆ
ตามประสาเด็กผู้ชายแต่มีความตั้งใจทำงานดีค่ะ
Q:
ครั้งแรกได้ประกบคู่กับพระเอกหนุ่มลูกครึ่งจีน-เวียดนาม
ธันวา ทำงานร่วมกันเป็นอย่างไรบ้าง
M: สำหรับธันวาก็ร่วมงานกันเป็นเรื่องแรก
วันแรกที่เข้าฉากด้วยกันจะเขิน
เพราะยังไม่รู้จักกันเลยแต่ต้องเข้าฉากรักกันซะแล้ว
สุดท้ายผ่านไปได้ด้วยดี
ในเรื่องธันวาจะพูดกลางแต่ตัวจริงเขาก็พูดอีสานนะเพราะว่าเขาโตที่ประเทศลาว
ในกองก็เลยพูดอีสานกันสนุกเลย
ธันวาเป็นคนที่ตั้งใจทำงานมากค่ะ (ยิ้ม)
Q: เล่าถึงการทำงานร่วมกับผู้กำกับคนเก่งบ้าง
กอล์ฟ-ธัญญ์วาริน เป็นอย่างไรบ้าง
M: ร่วมงานกับพี่กอล์ฟ ผู้กำกับ
ครั้งแรกรู้สึกว่าพี่กอล์ฟใจดีมาก (หัวเราะ)
โชคดีที่มิลค์เจอแต่ผู้กำกับใจดีอีกแล้ว
พี่กอล์ฟเป็นคนที่มีความเป็นกันเองมากเหมือนไม่ใช่ผู้กำกับ
แต่จะเป็นเหมือนเพื่อนกันมากกว่า
คือเขาไม่ได้ใช้แรงกดดันเวลาที่เราแสดงยังไม่ได้หรือว่ายังไม่ใช่ในแบบที่เขาต้องการ
พี่กอล์ฟก็จะบอกว่าเออเนี่ยมันยังดูไม่รักกันจริงๆ
เลย พี่ขอรักกันมากกว่านี้หน่อยสิ
จะคอยให้คำแนะนำว่าต้องอย่างนี้ดีกว่าไหมอะไรอย่างเนี่ยค่ะ
Q: เสน่ห์ของภาพยนตร์เรื่อง ฮักนะสารคาม
M:
เสน่ห์ของภาพยนตร์เรื่องนี้จะอยู่ที่ความน่ารักของภาษาอีสาน
และถ้าได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้จะได้ฟังภาษาอีสานที่หลากหลายสำเนียงมากอย่างพี่ตุ๊กกี้
ก็จะเป็นสำเนียงอุดรธานี
ของมิลค์กับหนูจ๋าก็จะสำเนียงขอนแก่น
น้องเกรทสำเนียงชัยภูมิ
หลากหลายสำเนียงนับว่าเป็นเสน่ห์น่ารัก
และยังมีเรื่องศิลปวัฒนธรรมอีสานในเรื่องนี้ด้วยค่ะ
Q: ฝากผลงานภาพยนตร์ ฮักนะสารคาม
M: มิลค์ก็อยากให้ไปชมภาพยนตร์เรื่อง
ฮักนะสารคามกันเยอะๆ นะคะ
นักแสดงเรื่องนี้มีหัวใจเป็นอีสานทั้งนั้นเลยค่ะ
และยังได้เป็นการเผยแพร่วัฒนธรรมอีสานให้กับหลายๆ
คนที่ยังไม่เคยเห็น
หรือได้ชมภาพยนตร์สำเนียงอีสาน
รับรองว่าสนุกดูรู้เรื่องแน่นอนค่ะ....ก็อยากจะสิฝากไปเบิ่งกันหลายๆ
เด้อค่ะ วันที่ 10 มีนาคมนี้ ฮักนะสารคาม
|
|
|
ม่วนคักคัก ฮักนะสารคาม
โรแมนติกคอมิดี้มีฮาทั้งประเทศ
ตุ๊กกี้ นำทีมระดมหนุ่มสาวหน้าใสรุ่นใหม่
สไตล์เกาหลีดีเอ็นเออีสานแท้ๆ
Openmm.com Movie
InEntertainment วันที่ 23 กุมภาพันธ์
2554 |
|
  |
|
ถ้าไม่นับ แหยมยโสธร1-2 ก็พูดได้ว่า
ฮักนะสารคาม เป็นหนังโรแมนติกคอมิดี้ SPEAK
อีสานที่มีซับไตเติ้ลเพิ่มสีสันความม่วนคักคักที่เป็นเรื่องราวความฮักคิดฮอตของวัยรุ๊น...วัยรุ่นยุคปัจจุบันเรื่องแรก
(เพราะแหยมฯ
เป็นความฮักรุ่นพ่อรุ่นแม่โน่นเลย)
ที่รับรองว่าจี๊ดโดนใจไม่ว่าจะเป็นคนภาคไหนๆ
ก็สนุกสนานร่วมกันได้
เพราะงานนี้ระดมคนทำหนังระดับแถวหน้าในวงการภาพยนตร์มาร่วมกันแท็คทีมสร้างปรากฎการณ์
หนังฮักสุดติ่งริ่งมายเบลล์
กันอย่างเต็มตัวไม่ว่าจะเป็นโปรดิวเซอร์อย่าง
ปรัชญา ปิ่นแก้ว หรือ ผู้กำกับ
กอล์ฟ-ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์
ที่รับหน้าที่ทั้งเขียนบทและกำกับซับไตเติ้ลสุดม่วนด้วยตัวเองโดยทั้งคู่เป็นชาวโคราชแท้ๆ
ไปจนถึงเหล่านักแสดงรุ่นใหม่ที่ส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่เป็นหนุ่มสาวหน้าใสสไตล์เกาหลีที่มีดีเอ็ นเอเป็นอีสานแทบทั้งสิ้น
โดยต้องมาประกบบทบาทกับซุปตาร์สุดฮ็อตตัวแม่อย่าง
ตุ๊กกี้ ชิงร้อยฯ จนเกิดเป็นเรื่องราวฮักๆ
ม่วนๆ จี๊ดๆ
ที่ไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่นภาคไหนก็ไม่ควรพลาด
สำหรับนักแสดงตั้งแต่เริ่มโปรเจ็คต์เราคิดถึงตุ๊กกี้
(สุดารัตน์ บุตรพรม) เป็นคนแรกเลย
เพราะว่าตุ๊กกี้เรียนจบที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
ก็เลยทาบทามตุ๊กกี้มาแสดง
และหานักแสดงที่สามารถพูดภาษาอีสานได้เป็นคนอีสานจริงๆ
ถึงแม้ว่าหลายๆคน
ถ้าดูจากหน้าตาอาจจะเข้าใจว่าเป็นเกาหลีเทรนด์ก็ตาม
ไม่ว่าจะเป็นน้องมิลค์ (ภาวิณี วิริยะชัยกิจ
นางเอกฝันโคตรโคตร, กะปิ ลิงจ๋อไม่หลอกจ้าว)
ซึ่งเรียนอยู่มหาวิทยาลัยขอนแก่น น้องหนูจ๋า
(อาชิรญาณ์ ภีระภัทร์กุญช์ชญา นางเอก
มหาลัยสยองขวัญ)
เราเคยเห็นหนูจ๋าเล่นซีรีย์แล้วพูดเป็นภาษาอีสาน
พอได้คุยกันปรากฏว่าเป็นคนจังหวัดขอนแก่นทั้งคู่เลย
ส่วนนักแสดงที่จะมารับบทเป็นเด็กมัธยมปลาย
เราหานักแสดงหน้าใหม่หมด
ทีมงานก็ตระเวนไปแคสติ้งทั่วภาคอีสาน
หลายจังหวัดมากไม่ว่าจะเป็นอุบลราชธานี
กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ไปโรงเรียนมัธยมด้วย
ไปมหาวิทยาลัยในภาคอีสานด้วย
สุดท้ายก็ได้ตรงตามคาแร็คเตอร์ทั้งหมด
อย่างน้องอ้วน (วิภู งามเนตร)
มาจากจังหวัดอุบลราชธานี
มีความสามารถเล่นดนตรีได้
ร้องเพลงได้แล้วพูดอีสานคล่องมาก ส่วนน้องเกรท
(สุมลนาถ คำหว่าน)
น้องเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น แต่จริงๆ
เป็นคนจังหวัดชัยภูมิ
ทีมงานเราไปแคสติ้งแล้วผ่าน
หรือแม้แต่พระเอกของเรื่อง ธันวา (ธันวา
สุริยจักร) ที่เป็นนายแบบมาจากประเทศลาว
ซึ่งหน้าตาตรงกับคาแร็คเตอร์ที่เราตั้งไว้คือออกแนวเกาหลี
จะมีก็น้องเต้ (ประภัทรพงศ์ ประสิทธิพงศ์)
หนุ่มเมืองจันทบุรีที่ไม่ได้อยู่โซนอีสาน
แต่ก็ตรงกับคาแร็คเตอร์ตัวแทนคนที่อยู่อีสานแต่ว่าพูดภาษาอีสานไม่ได้
และน้องอาร์ (ณัฏฐ์ณธกฤศ์ อินทรสูต)
หนุ่มดัชชี่บอยปี 2009
ซึ่งทุกคนก็จะมาถ่ายทอดสีสันเรื่องราวความรักที่เกิดขึ้นของหนุ่มสาววัยมัธยมและมหาวิทยาลัยที่มีทั้งความฝัน
รอยยิ้ม ความสุข ความเสียใจที่เกิดขึ้น ณ
มหาสารคาม
ทาอีกสักน่อย เดี่ยววันที่ 10 มี.ค.
ก็จะได้ม่วนซื่นโฮ้แซ่วกันเด้อพี่น้อง
(รออีกสักหน่อย แล้ววันที่ 10
มี.ค.นี้ก็จะได้สนุกสนานกับภาพยนตร์
ฮักนะสารคามกันถ้วนหน้าทุกโรงภาพยนตร์นะจ้า)
|
|

|
|
|
กอล์ฟ-ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์
ผู้กำกับฝีมือดีกับเรื่องราวความรักวัยรุ่นกุ๊กกิ๊กแต่สะท้อนแง่คิดมุมมองให้กับคนดูในภาพยนตร์เรื่อง
ฮักนะสารคาม
Openmm.com Movie
InEntertainment วันที่ 23 กุมภาพันธ์
2554 |
|
 |
Q: แนะนำตัวและผลงานที่ผ่านมามีอะไรบ้าง
ชื่อ กอล์ฟ ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์
กำกับภาพยนตร์เรื่อง ฮักนะ สารคาม
สำหรับผลงานที่ผ่านมาส่วนมากจะกำกับภาพยนตร์สั้น
และกำกับภาพยนตร์อิสระเป็นส่วนใหญ่
ส่วนเมื่อปีที่แล้วทำภาพยนตร์เรื่องตายโหง
กำกับตอน ศพแท็งค์น้ำ
นอกจากนั้นก็เป็นคนเขียนบท
รับหน้าที่เป็นแอ็คติ้งโค้ชบ้าง
เป็นนักแสดงบ้าง
Q: ก่อนอื่นขอถามถึงที่มาของโปรเจ็คต์
ฮักนะสารคาม
ก่อนหน้านี้ทางสถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรม
มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
ได้คิดโปรเจ็คต์ที่จะสร้างภาพยนตร์
ก็นำมาปรึกษากับทางพี่ปรัชญา ปิ่นแก้ว
และให้ช่วยหาผู้กำกับให้หน่อย
พี่ปรัชก็เลยเรียกเราเข้าไปคุยบอกถึงรายละเอียดของโปรเจ็คต์ครั้งนี้
เราก็เขียนบทมาเสนอ
จากนั้นทางสถาบันฯก็นำโปรเจ็คต์พร้อมบทเข้าไปขอทุนไทยเข้มแข็ง
ซึ่งก็ได้รับการสนับสนุนให้สร้างภาพยนตร์
ฮักนะ สารคามขึ้นมา
Q: แนวไอเดียหลักของภาพยนตร์
ทางสถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมกำหนดโจทย์มาคร่าวๆก่อนว่าอยากทำหนังที่ต้องการสะท้อนศิลปวัฒนธรรมอีสาน
บอกจุดประสงค์หลักมาเพียงเท่านี้
เราก็มานั่งคิดและตีโจทย์ออกมาว่าจังหวัดมหาสารคามมีอะไรเป็นเอกลักษณ์บ้าง
พยามจับคาแร็คเตอร์ของมหาสารคามมาเล่าเรื่อง
โดยสะท้อนชีวิตความเป็นอยู่ของวัฒนธรรมอีสาน
ส่วนตัวแล้วเราอยากสร้างภาพยนตร์หรือหนังอีสานให้เป็นแบบร่วมสมัย
ทุกวันนี้อีสานก็เป็นแบบร่วมสมัยเด็กวัยรุ่นหน้าตาเกาหลี
ญี่ปุ่นกันหมดแต่ยังพูดอีสานกัน
หรือแต่งตัวสไตล์เกาหลีไปดูหมอลำ
เรียกว่าเป็นวัฒนธรรมสมัยใหม่ที่ร่วมสมัยเก่าอยู่รวมกันและ
เราเองก็อยากเล่าผ่านภาพยนตร์ออกมาในแง่มุมนี้
Q: ทราบมาว่าลงทุนไปกินไปนอนไปใช้ชีวิตอยู่ที่
จ.มหาสารคาม
เพื่อเก็บประสบการณ์ในการทำหนังครั้งนี้
ต้องขอบอกว่ากอล์ฟเป็นคนอีสานเหมือนกันแต่ไม่ใช่
จ.มหาสารคาม จบมาจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น
บ้านเกิดอยู่โคราช (นครราชสีมา)
ไม่เคยไปใช้ชีวิตที่มหาสารคามเลย
เพราะฉะนั้นพอต้องมาทำหนังที่เกี่ยวกับจังหวัดนี้จึงต้องรีเสิร์ทหาข้อมูล
ไปศึกษาอาหารการกิน
ไปเรียนรู้วิถีชีวิตที่นั่นแบบจริงจังพยามศึกษาอยู่เป็นเดือน
อยากรู้ว่าที่นี่เขาใช้ชีวิตกันอย่างไร
เอกลักษณ์ของที่นี่คืออะไร
ซึ่งเราก็สังเกตเห็นว่าที่จังหวัดนี้มีสถานการศึกษาเยอะมาก
พอช่วงเวลาที่โรงเรียน
หรือมหาวิทยาลัยปิดเทอมนะเกือบทั้งจังหวัดจะร้างไปเลยเงียบมาก
และจะกลับมาครึกครื้นตอนช่วงที่เปิดเทอม
เราเองเลยรู้สึกและสัมผัสถึงชีวิตนักเรียน
นักศึกษาเป็นส่วนใหญ่ในความรู้สึกของเราเองนะ
จึงเน้นเป็นการเล่าเรื่องเกี่ยวกับชีวิตนักเรียน
นักศึกษา
และก็คิดอีกว่าบุคลิกลักษณะที่เป็นจุดเด่นของคนอีสาน
คือมีความตลกเฮฮา
ก็เลยใส่ไอเดียมุมโรแมนติกเรื่องความรักกุ๊กกิ๊กบวกกับความตลก
และมุมสะท้อนศิลปวัฒนธรรมอีสานเข้ามารวมไว้ด้วยกัน
Q: เขียนบทออกมาแล้ว
และเรื่องการเลือกสถานที่ในการถ่ายทำเป็นที่
จ.มหาสารคามทั้งหมดเลยไหม
เรื่องโปรดักชั่นดีไซน์เราวางเอาไว้ว่าเราอยากเห็นเป็นโทนสีเขียวทั้งเรื่อง
ดังนั้นทั้งเราและทีมงานต้องออกตะเวนหาโลเกชั่นเยอะมาก
ก็ไม่ได้เจาะจงที่จ.มหาสารคามอย่างเดียวนะ
ก็มีไปจังหวัดใกล้เคียงด้วย
สถานที่ตรงไหนดูแล้วสวยดี
ดูแล้วเหมาะกับเนื้อเรื่อง
เหมาะกับสถานการณ์ของเรื่อง
ก็มีหลายจังหวัดเหมือนกันนะ ชัยภูมิ ขอนแก่น
มหาสารคาม โดยดึงสถานที่เด็ดๆ
แต่ก็ไม่ถึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ทุกคนไปกัน
เป็นสถานที่ธรรมดาแต่เรามาหาความงามในความธรรมดามากกว่า
เหมือนกับเนื้อเรื่องจังหวัดมหาสารคามก็เป็นจังหวัดหนึ่งซึ่งเหมือนกับจังหวัดอื่น
ในความธรรมดาที่เหมือนจะไม่มีอะไร
แต่ว่ามีความงามมีชีวิตซ่อนอยู่
จึงอยากนำเสนอโลเกชั่นที่เราผ่านตาทุกวันแต่ไม่เคยเห็นมุมความงามของมันมาก่อน
หรือชีวิตที่ดูปกติแต่จริงๆ
แล้วมีมุมอะไรที่ซ่อนอยู่
อยากนำเสนอสิ่งเหล่านี้
Q: ฮักนะ สารคามเป็นภาพยนตร์แนวไหน
เราอยากบอกว่าหนังเรื่องนี้เป็น แนวโรแมนติก
คอมิดี้ อีสาน ที่เรียกแบบนี้เพราะว่า
นักแสดงหน้าตาใสๆ แต่พูดอีสานกันทั้งเรื่อง
หนังออกมาจะดูมันเขียวๆ แบบสดใส
ส่วนมากหนังคอมิดี้อีสานที่เราเห็นก็เรื่อง
แหยมยโยธร
เราจะเห็นชัดเจนว่ามีความเป็นอีสานในแบบความคิดของทุกคน
เราต้องการนำเสนออีกมุมจึงตั้งโจทย์ไว้ว่า
นักแสดงต้องหน้าตาน่ารัก หน้าตาดี ดูแล้วสดใส
แต่ว่าเว้าภาษาอีสานกันทั้งเรื่อง
ทุกวันนี้เทรนด์ญี่ปุ่น เกาหลีมาแรง
บ้านเราอาจจะรับวัฒนธรรมร่วมสมัยมาก็จริงนะ
ทำหัวสีทองกันบ้างแต่ก็ยังพูดอีสานกันอยู่
Q:
แบบนี้คัดเลือกนักแสดงให้เหมาะสมกับบทและคาแร็คเตอร์อย่างไรบ้าง
สำหรับนักแสดงตั้งแต่เริ่มโปรเจ็คต์เราคิดถึงตุ๊กกี้
(สุดารัตน์ บุตรพรม) เป็นคนแรกเลย
เพราะว่าตุ๊กกี้เรียนจบที่มหาวิทยาลัยมหาสารคามก็เลยทาบทามตุ๊กกี้มาแสดง
แล้วก็นึกถึงว่าตุ๊กกี้จะเป็นอย่างไรในตอนที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัย
พยามเขียนคาแร็คเตอร์ออกมา
รวมถึงคาแร็คเตอร์ต่างๆ ที่สร้างขึ้นมา
และหานักแสดงที่สามารถพูดภาษาอีสานได้เป็นคนอีสานจริงๆ
ก็ได้มาเจอน้องมิลค์ (ภาวิณี วิริยะชัยกิจ)
ซึ่งเรียนอยู่มหาวิทยาลัยขอนแก่น น้องหนูจ๋า
(อาชิรญาณ์ ภีระภัทร์กุญช์ชญา)
เราเคยเห็นหนูจ๋าเล่นซีรีย์แล้วพูดเป็นภาษาอีสาน
พอได้คุยกันปรากฏว่าเป็นคนจังหวัดขอนแก่นทั้งคู่เลย
ส่วนนักแสดงที่จะมารับบทเป็นเด็กมัธยมปลายเราหานักแสดงหน้าใหม่หมด
ทีมงานก็ตระเวนไปแคสติ้งทั่วภาคอีสาน
หลายจังหวัดมากไม่ว่าจะเป็นอุบลราชธานี
กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ไปโรงเรียนมัธยมด้วย
ไปมหาวิทยาลัยในภาคอีสานด้วย
สุดท้ายก็ได้ตรงตามคาแร็คเตอร์ทั้งหมด
อย่างน้องอ้วน (วิภู งามเนตร)
มาจากจังหวัดอุบลราชธานี
มีความสามารถเล่นดนตรีได้
ร้องเพลงได้แล้วพูดอีสานคล่องมาก ส่วนน้องเกรท
(สุมลนาถ คำหว่าน)
น้องเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น แต่จริงๆ
เป็นคนจังหวัดชัยภูมิ
ทีมงานเราไปแคสติ้งแล้วผ่าน
สำหรับพระเอกของเรื่องเราเลือกธันวา (ธันวา
สุริยจักร)
เพราะว่าเราเจอน้องทันลงในข่าวว่าเป็นนายแบบมาจากประเทศลาว
ซึ่งหน้าตาตรงกับคาแร็คเตอร์ที่เราตั้งไว้คือออกแนวเกาหลี
เรื่องภาษาอีสานก็ได้อยู่แล้ว
สุดท้ายก็น้องเต้ (ประภัทรพงศ์ ประสิทธิพงศ์)
เป็นหนุ่มเมืองจันทบุรีไม่ได้อยู่โซนอีสาน
แต่ที่เราเลือกน้องเต้เพราะว่าคาแร็คเตอร์ในเรื่องจะเปรียบเหมือนเป็นตัวแทนคนที่อยู่อีสานแต่ว่าพูดภาษาอีสานไม่ได้
พ่อแม่อาจจะไม่ได้สอนให้พูด
ในบทก็จะไม่มีพูดภาษาอีสานของน้องเต้
Q: เรื่องย่อของภาพยนตร์ ฮักนะสารคาม
เป็นเรื่องราวชีวิตวัยรุ่นวัยเรียน
ในช่วงเทอมสุดท้ายก่อนจะจบการศึกษาโดยจะมีช่วงมัธยมปลาย
และช่วงมหาวิทยาลัย สำหรับตัวละครหลักคือ
ตุ๊กกี้ ที่จะได้เจอกับทุกตัวละครในเรื่องนี้
ตุ๊กกี้รับบทเป็นอุบล
นักศึกษาเอกภาษาอังกฤษชั้นปี 4
ที่ไม่ยอมเรียนจบสักทีเพราะมีเหตุผลบางอย่าง
อยู่ในมหาวิทยาลัย...อุบลจะมีลูกน้องคนสนิทชื่อ
โส
เป็นกระเทยรุ่นน้องที่ร่วมกันวางแผนดึงหนุ่มหล่อเข้าชมรม
จึงพยามดึง เทพ หนุ่มหล่อเกาหลีมาจากเมืองกรุง
ที่ใครเห็นใครก็ชอบและอยากจะได้เป็นแฟน
จนมีผู้ช่วยแสนสวยเป็นรุ่นน้องในคณะคือ
รินทร์เข้ามาช่วยวางแผนแต่ก็มีความแอบแฝงเพราะชอบเทพเหมือนกัน
ส่วนอีกคนหนึ่งคือ เกษ
นักกีฬาเทควันโดเป็นสาวที่เทพสนใจและตามจีบแต่ว่าเรียนอยู่กันคนละที่
เนื่องจากอุบลไม่ยอมเรียนจบแต่ก็ต้องทำงานพิเศษเพื่อหาเลี้ยงตัวเอง
จึงเป็นติวเตอร์สอนภาษาอังกฤษให้กับน้องมัธยมปลายที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัย
ทำให้ได้เจอกับมุก และภูมิ
ทั้งคู่เป็นแฟนกันและกำลังจะไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่กรุงเทพด้วยกันแต่เกิดมีปัญหาความรัก
เพราะแก่นเพื่อนเก่าของมุกได้ก้าวเข้ามา
ซึ่งหลากหลายคาแร็คเตอร์ในเรื่องนี้จะเป็นคนอีสาน
เราหยิบเรื่องความรัก
และสะท้อนเรื่องศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยกับการใช้ชีวิตอยู่ในปัจจุบันแต่ยังมีความเป็นอีสานอยู่
ทุกตัวละครจะต้องก้าวข้ามความรู้สึกไม่ว่าจะเรื่องปัญหาความรัก
การเรียน และเรื่องชีวิตความเป็นอยู่
ทุกอย่างเกิดขึ้นที่มหาสารคาม ก็เลยกลายเป็น
ฮักนะสารคาม
Q: เบื้องหลังการถ่ายทำ
ต้องยกกองถ่ายไปปักหลักถึงจังหวัดมหาสาราคาม
สนุกสานหรือมีปัญหาอย่างไรบ้าง
สำหรับเบื้องหลังการถ่ายทำ
คือเราไม่สามารถยกกองถ่ายไปๆ กลับๆ
ระหว่างกรุงเทพ มหาสารคามได้บ่อยๆ
พวกเราเลยต้องไปใช้ชีวิตอยู่ที่นู่นเลย
ไม่ว่าจะเป็นทีมกล้อง ทีมไฟ ทีมเสียง
ทีมงานทั้งหมดต้องไปอยู่เกือบ 2 เดือน
เพราะต้องเตรียมงานไปหาโลเกชั่นไปหานักแสดงที่เป็นคนท้องถิ่นที่นู่น
และในหนังจะมีทั้งฉากคอนเสิร์ตหมอลำ
ก็เลยทำให้เราต้องไปฝังตัวที่นู่นเพื่อไปหาคนไหนที่สามารถแต่งเพลงหมอลำได้
ร้องเพลงหมอลำได้ หมอลำวงไหนเป็นอย่างไร
ต้องไปใช้ชีวิตอยู่ที่นู่น
กินนอนอยู่ด้วยกันทุกวันทั้งสนุกทั้งผูกพัน
ปัญหามีบ้างเพราะมันคือการทำงานที่ต้องอยู่ร่วมกัน
และที่สนุกคือเรื่องนี้มีหลากหลายสำเนียงอีสานมาก
อย่างน้องเกรทจะเป็นอีสานสำเนียงชัยภูมิ
น้องอ้วนสำเนียงอุบล ตุ๊กกี้ก็อีกสำเนียงหนึ่ง
น้องมิลค์ น้องหนูจ๋า ธันวา
ทุกคนพูดภาษาอีสานคนละสำเนียง
ตอนแรกก็คิดว่าจะให้เป็นสำเนียงเดียวกันหมด
แต่ว่ามันก็เป็นเสน่ห์ของความหลากหลาย
เพราะคนอีสานแต่ละจังหวัดจะมีสำเนียงเป็นของตัวเองเราว่ามันน่ารักดีนะ
และที่ทำให้กองครึกครื้นคือ
เมื่อไหร่ที่ตุ๊กกี้กับอ.สมคิด (รับบทเป็นโส)
เข้าฉากร่วมกัน
ต้องกลั้นเสียงหัวเราะตอนนั่งกำกับอยู่หน้าจอมอนิเตอร์
สองคนนี้ใส่มุกตลกกันไม่ยั้งเลยเมื่อไหร่ที่เข้าด้วยกันฮากันตลอดทั้งกอง
สำหรับฉากที่มีปัญหาก็มีนะเพราะว่าเราถ่ายทำช่วงหน้าฝน
จะมีฉากหนึ่งที่น้องธันวานั่งอยู่ตรงเชิงเขา
แล้วกล้องต้องไหลออกมาให้เห็นทิวเขาสูงๆ สวยๆ
ฉากนี้ฉากเดียวถ่ายกันทั้งวันเลย
ต้องนั่งรอฝนหยุดเพื่อให้ภาพสวยตามที่อยากได้

Q: บทบาทของ ตุ๊กกี้
ในเรื่องนี้จะความแตกต่างจากเรื่องอื่นอย่างไรบ้าง
ตุ๊กกี้เล่นหนังมาเยอะก็จริงนะ
แต่สำหรับเรื่องนี้เราให้ตุ๊กกี้แสดงเป็นตัวเอกเลย
แสดงนำเดินเรื่องทั้งเรื่อง
และพูดภาษาอีสานทั้งเรื่อง
เราคิดว่ายังไม่เคยเห็นตุ๊กกี้ในบทบาทแบบนี้นะ
เพราะเรื่องอื่นจะมีตุ๊กกี้เป็นสีสันบ้างถูกรับเชิญบ้างหรืออย่างเรื่องตุ๊กกี้เจ้าหญิงขายกบ
รับบทเป็นนางเอกแต่เรื่องนั้นจะเป็นแบบแฟนตาซีเต็มๆ
ทั้งเรื่องไม่ใช่แบบเรียลิสต์ (Realist)
เราคิดว่าเรื่องนี้เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกที่ตุ๊กกี้จะได้เล่นเป็นคนอีสานเต็มตัวและเต็มเรื่อง
Q: ส่วนตัวแล้วมีฉากไหนที่ประทับใจในเรื่องนี้
ประทับใจฉากคอนเสิร์ตใหญ่
ซึ่งเป็นฉากที่ยากมากและนักแสดงทุกคนต้องมาเจอกันที่คอนเสิร์ตหมอลำนี้
ต้องใช้ตัวแสดงประกอบเยอะมาก
ซึ่งช่วงหัวค่ำตอนเริ่มตั้งเซ็ทฉากเราก็หวั่นใจว่าจะไม่มีชาวบ้านมาดู
ทีมงานก็ไปขี่มอเตอร์ไซค์ถือโทรโข่งประกาศ
ทำทุกอย่างเพื่อให้ชาวบ้านมารวมตัวกันเข้าฉากคอนเสิร์ตครั้งนี้
ประทับใจมากเพราะชาวมหาสารคามหลั่งไหลกันมาเยอะมากทำให้ฉากเรายิ่งใหญ่อลังการเป็นคอนเสิร์ตหมอลำจริงๆ
ก็ประทับใจทั้งชาวมหาสารคามที่ให้ความช่วยเหลือกองถ่าย
และประทับใจทีมงานที่ช่วยให้ฉากนั้นเสร็จสิ้นไปได้ด้วยดี
เป็นฉากที่ยากและเป็นฉากที่ใหญ่พวกเราพยามทำออกมาให้ดีที่สุดเลยประทับใจฉากนี้
Q: เล่าถึงการร่วมงานกับ ตุ๊กกี้ นักแสดง,
ดาวตลก และพิธีกรหญิงมากความสามารถ
ที่กำลังฮ็อตสุดๆ ในยุคนี้
กับตุ๊กกี้ เราเคยร่วมงานกันมาก่อนหน้านี้
ตุ๊กกี้น่ารักเสมอต้นเสมอปลาย
แต่ที่ยากเพราะกองถ่ายเราจะต้องหาคิวตุ๊กกี้ให้ได้เธอคิวแน่นมาก
แต่พอได้คิวมาบางครั้งการเดินทางไปและกลับก็ไม่ได้เป็นเครื่องบินทุกครั้งเราเองก็เกรงใจ
แต่ตุ๊กกี้มีสปิริตมาก
บางทีก็ยอมนั่งรถตู้หลายชั่วโมงกลับกรุงเทพ-มหาสารคามเพื่อทำงานต่อ
ตุ๊กกี้ให้ใจเราเยอะมาก
ช่วยเหลือเยอะมากช่วยคิดนู่นคิดนี่คิดมุกของตัวเองที่อยู่ในเรื่อง
และยังสอนน้องๆ นักแสดงหน้าใหม่ด้วย
ช่วยอบรมด้วยบางครั้งเพราะเด็กๆ
ยังซนยังดื้อกันอยู่บ้าง (หัวเราะ)
Q: แล้วการร่วมงานกับนักแสดงวัยรุ่นหน้าตาสวย
หล่อทั้งนั้น แต่หัวใจอีสานเป็นอย่างไรบ้าง
สำหรับน้องธันวามีความตั้งใจในการทำงานสูงมาก
บทของเขาเป็นบทที่ยากและไม่เคยเล่นหนังมาก่อนเลย
เพราะฉะนั้นต้องมาปรับพื้นฐานการแสดง
ส่วนน้องๆ นักแสดงหน้าใหม่
เราดีใจที่คัดเลือกเขามาแล้วตรงกับบทคาแร็คเตอร์ที่เราอยากได้
แต่เราไม่มีเวลามากพอที่จะเวิร์คช็อปเกี่ยวกับการแสดงต้องอาศัยความเป็นตัวเองของพวกน้อง
และใส่เทคนิควิธีการแสดงที่เราจะไกด์แนะนำที่เราจะสอนน้องตรงนั้น
ซึ่งโชคดีมากที่น้องๆ สอนง่าย
ประทับใจมากคือน้องเกรท
ด้วยความที่น้องเป็นนักเรียนสายวิทย์
ก็กลัวว่าจะเล่นได้หรือเปล่านะ
แต่หน้าตาและคาแรคเตอร์น้องเขาได้
ก็ปรากฏว่าน้องเกรทเล่นออกมาได้ดีมากต้องขอชม
ไม่ว่าจะฉากดราม่า ฉากรักกุ๊กกิ๊ก
แสดงออกมาได้น่ารัก
และมีพัฒนาการในการแสดงสูงมาก
และสำหรับน้องมิลค์กับน้องหนูจ๋าต้องยกย่องในเรื่องสปิริตทางการแสดง
ในเรื่องมิลค์จะต้องรับบทเป็นนักกีฬาเทควันโด
ก็ต้องมีการฝึกและซ้อมออกกำลังแล้วเวลาถ่ายฉากน้องมิลค์เล่นเทควันโด
ขาน้องมิลค์ก็เริ่มหมดแรงยกไม่ขึ้น
แขนก็ไม่ไหวเพราะว่ามันเหนื่อยจริงๆ
นะถ้าเราไม่เคยเล่นมาก่อน
พอไม่ได้ไม่สมจริงเราก็จะขอใหม่อีกทีอยู่เรื่อยๆ
ต้องถ่ายหลายเทคหลายมุมมาก
น้องมิลค์เหงื่อแตกขายกไม่ขึ้นแต่ก็พยามเต็มที่ฝึกจนให้ออกมาดูเป็นนักกีฬามากที่สุด
ส่วนน้องหนูจ๋าครั้งแรกที่ติดต่อมาเล่นก็บอกต้องมีฉากลงไปในปลักควายนะกล้าเล่นไหม
เพราะว่ามันจะสกปรกนะต้องอยู่ปลักควายจริงๆ
หนูจ๋าก็บอกว่าเล่นอยากเล่นโรแมนติกคอมิดี้และพูดภาษาอีสานเลยพอดีกันเลย
แล้วตอนถ่ายเนี่ยก็ต้องหลอกล่อควายให้มาอยู่ในฉาก
มันจะมีปลักหนึ่งเป็นของหนูจ๋า
และอีกปลักหนึ่งเป็นของควาย
ด้วยความที่ว่าควายมันดื้อก็ลงไปอยู่ในปลักหนูจ๋าบ้าง
ปลักตัวเองบ้าง
ทำให้หนูจ๋าพอตอนถ่ายจริงต้องไปอยู่ปลักเดียวกับควาย
แล้วก็ต้องถ่ายหลายเทคหนูจ๋าก็ต้องสะบัดผมไปมา
ต้องยอมรับว่าสปิริตสูงมากกับการทุ่มเทการแสดงของหนูจ๋า

Q:
สิ่งที่คาดหวังว่าคนดูจะได้รับจากภาพยนตร์เรื่องนี้
ความบันเทิง
ความสนุกสนานที่หนังเรื่องนี้มีอยู่แน่นอน
และสิ่งที่อยากให้คนดูได้กลับไปจากการชมเรื่อง
ฮักนะ สารคามคือ
การเห็นอีสานในอีกมุมหนึ่งไม่ใช่ว่าจะเป็นมุมแห้งแล้งอย่างเดียว
ดูแล้วเราจะซึบซับศิลปวัฒนธรรมและสิ่งที่เป็นวัฒนธรรมร่วมสมัยของคนอีสานเข้าไปอยู่ในนั้นด้วย
นั่นคือสิ่งที่เราหวังเอาไว้
Q: เสน่ห์ของภาพยนตร์เรื่อง ฮักนะ สารคาม
สำหรับเสน่ห์ของหนังอยู่ตรงที่เป็นหนังรักกุ๊กกิ๊กโรแมนติกคอมิดี้ในอีกแง่มุมหนึ่งที่มีความเป็นคนอีสานอยู่ในนั้น
จะมีภาพวิวทิวทัศน์ที่สวยงามและก็เสน่ห์ของภาษาอีสาน
คิดว่าทุกวันนี้ไม่ต้องเป็นคนอีสานก็ฟังอีสานออก
ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ทีวี
ก็มีภาษาอีสานให้ฟังกันอยู่แล้ว
เพราะฉะนั้นมาดูหนังเรื่องนี้ไม่ต้องกลัวว่าฟังภาษาอีสานไม่ออกแล้วจะไม่สนุก
เรามีซับไตเติ้ลมันส์ๆ แปลได้อรรถรสแน่นอน
และมั่นใจว่าต่อให้ฟังอีสานไม่ได้ก็ต้องเข้าใจในสิ่งที่หนังบอก
ไม่ใช่ว่าฉันไม่ใช่คนอีสานแล้วจะดูหนังเรื่องนี้ไม่ได้...ทุกคนสามารถดูและได้รับความบันเทิงอย่างแน่นอน
คิดว่าหนังเรื่องนี้จะให้อะไรกับคนที่ไม่ใช่คนอีสานเยอะมากพอสมควร
Q: ฝากผลงานภาพยนตร์เรื่องล่าสุด
ที่ตั้งใจกำกับเพื่อคนดูทั้งประเทศในครั้งนี้หน่อย
ทำหนังเรื่องนี้ได้รับความร่วมมือจากทุกๆ
คนเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นทีมงาน นักแสดง
ประชาชนชาวมหาวิทยาลัยมหาสารคามแล้วก็น้องๆ
โรงเรียนมัธยมต่างๆ หรือสถาบันต่างๆ
ในมหาสารคาม ให้ความช่วยเหลืออย่างดี
ต้องขอขอบคุณทุกๆ
คนที่ให้ใจในการร่วมกันสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ขึ้นมา
และอยากฝากให้คนไทยทุกๆ
คนไม่ว่าจะเป็นคนอีสานหรือไม่ใช่คนอีสานไปดูหนังเรื่องนี้
เปิดแง่มุมความบันเทิง ความสนุกสนาน วิวสวยๆ
เรื่องราวน่ารักๆ
แล้วยังได้เห็นอีกมุมหนึ่งของศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย
เราสามารถอยู่ได้กับสิ่งที่เป็นความทันสมัยจากต่างประเทศที่นำวัฒนธรรมต่างชาติเข้ามาผสานกันกับวัฒนธรรมของบ้านเราและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้...ฮักนะ
สารคาม วันที่ 10 มีนานี้ เจอกันในโรงภาพยนตร์
|
|
|
เปิดซิง!
ครั้งแรกนายแบบหนุ่มหล่อลูกครึ่งจีน-เวียดนาม
ธันวา สุริยจกัร กับผลงานการแสดงภาพยนตร์เรื่อง
ฮักนะสารคาม
Openmm.com Movie
InEntertainment วันที่ 25 กุมภาพันธ์
2554 |
|
 |
แนะนำตัวทำความรู้จักกันก่อนเลย
สวัสดีครับ ธันวา สุริยจักร หรือ ทัน
ในเรื่องฮักนะสารคาม รับบทเป็น เทพ ครับ
เริ่มเข้าสู่วงการบันเทิงไทยได้อย่างไร
เดิมผมอยู่ที่ลาวครับ
มีวันหนึ่งนั่งทานก๋วยเตี๋ยวอยู่แล้วก็มีแมวมองมาเจอ
ก็เป็นจุดเริ่มต้นและชักชวนว่าสนใจมาเป็นนักแสงดที่ประเทศไทยไหม
ผมเองก็ชอบดูทีวีของไทยอยู่แล้วก็สนใจด้วยและผมเองก็อยากจะมาเรียนและศึกษาวัฒนธรรมของไทยอยู่แล้ว
จึงตัดสินใจเข้าสู่วงการบันเทิงไทยครับ
ตอนนี้ธันวามาอยู่เมืองไทยได้กี่ปีแล้ว
ประมาณ 1 ปีได้แล้วครับ
มาอยู่เมือไทยต้องปรับตัวอย่างไรบ้าง
ปรับตัวเรื่องภาษาครับ
ผมไปเรียนภาษาไทยเพิ่มเติมทั้งพูด อ่าน เขียน
โดยไปลงเรียนพิเศษและมีเรียนแอ็คติ้งทางการแสดง
ก็จะมีครูที่สอนซึ่งเขาจะสอนเรื่องการออกเสียงอย่างตัว
ร เรือ และ ล ลิง ให้ชัดเจนครับ ปกติผมเว้าลาว
(หัวเราะ)
ผลงานเริ่มแรกเลยตอนเข้าสู่วงการบันเทิงไทย
เริ่มถ่ายแฟชั่นลงหนังสือ พวกแมกกาซีนต่างๆ
แล้วก็รับงานเดินแบบครับ
จากนั้นก็มีโอกาสได้แสดงละครของทางช่อง 7
เรื่อง มนต์รักแม่น้ำมูล
ตอนนี้กำลังถ่ายทำอยู่ครับ
ล่าสุดที่กำลังจะเข้าฉายก็ภาพยนตร์เรื่อง
ฮักนะสารคาม ครับ
เข้ามาร่วมงานในภาพยนตร์เรื่อง ฮักนะสารคาม
ได้อย่างไร
พี่กอล์ฟผู้กำกับเป็นคนติดต่อเข้ามาครับ
ตอนนั้นพี่กอล์ฟเขาไปเห็นรูปผมทางอินเตอร์เน็ท
ก็เลยติดต่อเข้ามา
จากนั้นก็ได้นัดเจอและพูดคุยเกี่ยวกับโปรเจ็คต์หนังเรื่องนี้ขึ้นมา
พี่กอล์ฟสนใจอยากให้ผมแสดงในเรื่องนี้เพราะเขาเห็นว่าผมมาจากประเทศลาวด้วย
และบอกว่าหนังเรื่องนี้นักแสดงเกือบทั้งเรื่องต้องเว้าอีสานกัน
ซึ่งทางพี่กอล์ฟก็ได้เอาบทและคาแร็คเตอร์ของตัวเทพให้ผมกลับไปอ่านที่บ้าน
ผมกลับไปอ่านแล้วก็ชอบนะบทมันน่ารักดีและเป็นหนังเกี่ยวกับวัยรุ่น
วัยเดียวกับตัวผม
ผมก็เลยตัดสินใจรับแสดงเรื่องนี้ครับ
มีการเตรียมตัวอย่างไรบ้างก่อนถึงวันเข้าฉากถ่ายทำจริง
มีไปเรียนแอ็คติ้งด้านการแสดงเพิ่มเติมครับ
และมีการทำการบ้านเกี่ยวกับคาแร็คเตอร์ของเทพว่า
ตัวละครเทพในเรื่องนี้เป็นคนอย่างไร นิสัย
การใช้ชีวิตเป็นอย่างไรบ้าง
แล้วในเรื่องนี้เทพจะมีการแต่งตัวสไตล์เกาหลี
ผมก็ต้องไปศึกษาการแต่งตัว การทำทรงผม
ปรับลุกทำตัวให้คล้ายหนุ่มเกาหลี
โดยส่วนตัวแล้วผมแต่งตัวสบายๆ
ไม่ใช่ลุกเกาหลีเลย
ก็ต้องทำการบ้านหน่อยครับว่าแฟชั่นของหนุ่มเกาหลีเนี่ยต้องเป็นแบบไหนประมาณไหนบ้าง
รู้สึกอย่างไรที่ได้มีโอกาสและเข้ามามีส่วนร่วมแสดงภาพยนตร์ครั้งนี้
ดีใจมากครับ
ที่ได้มีโอกาสมาแสดงหนังเรื่องฮักนะสารคาม
ตอนแรกก็ไม่ได้คาดหวังอะไรเลยอยากจะมาเรียนให้จบปริญญาตรีก็พอแล้วแต่พอเริ่มทำงาน
การทำงานของเราก็พัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ
จากเดินแบบ ถ่ายแฟชั่น ก็มีการไปเรียนแอ็คติ้ง
ได้ฝึกร้องเพลง มันเริ่มสนุกมากขึ้นเรื่อยๆ
ครับ
และพอได้ก้าวมาสู่การแสดงอย่างเต็มตัวได้มาเล่นหนังนับว่าเป็นโอกาสที่ดีมากและ
ผมพยามทำออกมาให้เต็มที่มากที่สุดเลยครับ
คาแร็คเตอร์ของ เทพ ในเรื่องฮักนะสารคาม
เป็นอย่างไรบ้าง
คาแร็กเตอร์ของเทพก็คือ เป็นเดือนคณะสถาปัตย์
เป็นหนุ่มฮ็อตที่สาวๆ ทั้งรุ่นน้อง
รุ่นพี่ในมหาลัยเนี่ยกรี๊ดไม่ว่าจะเดินไปไหนมาไหนก็จะมีแต่เสียงกรี๊ดแล้วก็อยากเป็นแฟนด้วย
สไตล์การแต่งตัวของเทพก็จะเป็นแบบหนุ่มเกาหลีพูดภาษาไทยกลาง
และเทพเองก็แอบชอบผู้หญิงคนหนึ่งที่อยู่ต่างมหาวิทยาลัยกันก็คือ
เกษ รับบทโดย มิลค์ (ภาวิณี วิริยะชัยกิจ)
ครับ
เรื่องย่อความน่าฮักของหนังเรื่องนี้
ฮักนะสารคามเป็นเรื่องแนวโรแมนติกคอมิดี้ครับ
เรื่องราวเกี่ยวกับความรักของวัยรุ่นมีทั้งความรักที่เป็นมัธยมแล้วก็ความรักภายในรั้วของมหาวิทยาลัย
พี่ตุ๊กกี้จะเป็นตัวเชื่อมระหว่างเรื่องราวและตัวละครต่างๆ
ของเรื่องนี้ โดยรับบท เจ๊อุบล
ประธานชมรมในมหาวิทยาลัยครับ
เขาจะพยายามชักชวนหนุ่มๆ
หน้าตาดีเหมือนกับวางแผนหลอกล่อให้ เทพ
เข้าไปอยู่ในชมรมนี้ด้วย ทั้งตัวเจ๊อุบลและ
รินทร์ (หนูจ๋า-อาชิรญาณ์)
ก็แอบชอบเทพเหมือนกัน
แต่ว่าเทพกลับไปตกหลุมรักสาวต่างมหาวิทยาลัยครับ
แล้วก็ในส่วนความรักมัธยมจะเป็นรักสามเศร้า 2
หนุ่มกับ 1 สาว ก็จะต้องมีคนสมหวัง เศร้า
เสียใจ
มันก็จะคละกับความสนุกสนานเฮฮากันไปครับ
ฮักนะสารคามเป็นหนังรักวัยรุ่น
ที่แตกต่างจากหนังวัยรุ่นทั่วไปอย่างไร
ส่วนตัวผมคิดว่าแตกต่างที่เป็นหนังรักโรแมนติกคอมิดี้แต่วัยรุ่นในเรื่องเว้าอีสานครับ
ตัวนักแสดงในเรื่องนี้ล้วนเป็นคนอีสานกันทั้งนั้น
รวมถึงผู้กำกับก็คนอีสานด้วยครับ
ตัวผมเองก็มาจากลาว
เรียกว่าในกองถ่ายเราเว้าอีสานกันมันส์เลยครับ
(หัวเราะ)
และนอกจากความบันเทิงแล้วยังจะได้ชมการใช้ชีวิตของคนอีสาน
รวมถึงศิลปวัฒนธรรมของภาคอีสานจากในเรื่องนี้ด้วยนะครับ
การร่วมงานกับตุ๊กกี้ ชิงร้อยฯ
สนุกสนานเฮฮาหลุดขำบ้างไหม
ตื่นเต้นตั้งแต่วันแรกที่ได้รู้ว่าจะได้เล่นหนังกับพี่ตุ๊กกี้
ตอนผมอยู่ที่ลาวก็ได้ดูพี่ตุ๊กกี้ในรายการชิงร้อย
ชิงล้านได้ดูหนังของพี่ตุ๊กกี้หลายๆ
เรื่องครับ
รู้สึกดีใจมากตอนแรกที่เจอกันไม่กล้าคุยด้วย
แต่พี่ตุ๊กกี้เป็นกันเองมากเขาเว้าอีสานป๋อเลย
เราก็เลยเว้าอีสานกันสนุกเลยครับ
ส่วนตอนเข้าฉากด้วยกันก็เกือบหลุดขำหลายทีอยู่นะครับ
พยามอดทน กลั้นเสียงหัวเราะไว้
อย่างฉากบอกรักพี่ตุ๊กกี้
แค่จะบอกว่าขอโทษนะครับที่ผมมาบอกช้าไป
แต่ว่ามันฮามากครับ พี่ตุ๊กกี้ก็ค่อยๆ
หันหน้ามาสะบัดผมสวยๆ
ฉากนี้ทำเอาผมจะหลุดขำไปหลายรอบ
การได้ร่วมงานกับพี่ตุ๊กกี้ดีใจมากครับ
พี่เขาเป็นคนเก่งมาก แรกๆ
การรับส่งมุกก็จะหลุดขำหลายรอบ แต่หลังๆ
เริ่มรู้ทันและได้พี่ตุ๊กกี้คอยช่วยสอนแนะนำแอ็คติ้ง
พี่เขาจะคอยบอกว่าอย่าแข็งมากนะธันวา
อย่านิ่งมากนะธันวา (หัวเราะ) ช่วงหลังๆ
เข้าฉากด้วยกันก็ไม่ค่อยหลุดขำแล้วครับ
เล่าถึงฉากสวีทหวานกลางแม่น้ำหน่อย
เป็นฉากบอกรักนางเอกด้วยใช่ไหม
เป็นฉากที่ชวนนางเอก (มิลค์-ภาวิณี)
ไปพายเรือเล่น เพื่อจะบอกความรู้สึกในใจครับ
เป็นฉากโรแมนติกน่ารักๆ กลางแม่น้ำ
ยอมรับว่าเขินมากครับ
แต่เบื้องหลังก็ฮามากเช่นกัน
เพราะว่าผมเกือบพาพี่มิลค์นางเอกของเรื่องนั่งเรือคว่ำหลายรอบ
(หัวเราะ)
เรือมันคอนโทลยากมากแล้วน้ำก็เข้าเรืออีก
ก็กลัวเรือจะจม
แถมทีมงานก็ต้องลงไปแช่อยู่ในน้ำนานหลายชั่วโมงเพราะน้ำแรงมาก
ถ้าหลุดมือไปเนี่ยผมกับพี่มิลค์โดนน้ำพลัดเรือไปไกลแน่ๆ
สนุกมากครับฉากนี้ อยากให้ติดตามชมในหนังกัน
การทำงานร่วมกับผู้กำกับกอล์ฟ-ธัญญ์วาริน
เป็นอย่างไรบ้าง
พี่กอล์ฟเป็นกันเองมากตั้งแต่วันแรกที่ได้เจอกัน
นั่งกินข้าวกัน นั่งพูดคุยกัน
ก็จะเปิดอกคุยกันว่าเนี่ยพี่ต้องการให้มันออกมาแบบนี้นะ
ทำให้การทำงานร่วมกันง่ายขึ้นมากครับเหมือนกับได้ตามเป้าหมายที่ผู้กำกับวางไว้
ส่วนตัวผมชื่นชมในฝีมือของพี่กอล์ฟ
เขาเป็นคนเก่งและมีความสามารถหลากหลายมาก
ทั้งเป็นคนเขียนบทแล้วก็เป็นอาจารย์ช่วยสอนการแสดงด้วย
เป็นผู้กำกับฝีมือดีคนหนึ่งทีเดียวครับ
และขอขอบคุณพี่กอล์ฟที่ให้โอกาสผมได้แสดงภาพยนตร์เรื่องนี้ครับ
เสน่ห์ของภาพยนตร์เรื่อง ฮักนะสารคาม
เสน่ห์อยู่ที่ภาษาอีสานครับ
เพราะว่าวัยรุ่นสมัยนี้ไม่ค่อยพูดภาษาอีสานกันเท่าไหร่แล้ว
ผมคิดว่าภาษาอีสานเป็นภาษาที่ไพเราะ
และอยากให้อนุรักษ์กันไว้นะครับ
มาเว้าอีสานกันเถอะครับ (ยิ้ม)
ฝากผลงานการแสดงภาพยนตร์ครั้งแรก
ครับ
ผมตั้งใจและเตรียมตัวทำการบ้านเพื่อการแสดงภาพยนตร์ครั้งนี้มากเลยครับ
เป็นผลงานการแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิตผมเลยครับ
นอกจากผมทีมงาน พี่กอล์ฟผู้กำกับ
และก็ยังมีนักแสดงอย่าง พี่ตุ๊กกี้,
พี่มิลค์-ภาวิณี, พี่หนูจ๋า-อาชิรญาณ์
และน้องๆ
นักแสดงที่ทุ่มเทให้กับภาพยนตร์เรื่อง
ฮักนะสารคาม
อยากให้ไปชมความน่ารักของหนังเรื่องนี้ครับ 10
มีนาคมนี้ทุกโรงภาพยนตร์
วาเนสซา ฮัดเจนส์ รับบทผู้หญิงหัวใจสวย
ในหนังรักเต็มตัวเรื่องแรก Beastly
ประกบกับพระเอกหล่อฮอตคนล่าสุด อเล็กซ์
เพ็ตติเฟอร์
โชว์ความสามารถทางด้านการแสดง อีกทั้งร้อง
เต้น เล่นดนตรี มาหลายเรื่อง สำหรับ วาเนสซา
ฮัดเจนส์ แต่ยังไม่มีภาพยนตร์เรื่องไหน
ที่เป็นภาพยนตร์รักเต็มตัว
พอได้มีโอกาสมานำแสดงใน ภาพยนตร์รักหวานซึ้ง
อย่าง Beastly
ทำให้เธอดี๊ด๊าและมีความสุขมาก
ซึ่งเธอเปิดใจเกี่ยวกับตัวละคร ลินดี้
ที่เธอได้รับใน Beastly ว่า ลินดี้
ไม่ใช่นางเอกแบบ นางเอ๊ก นางเอก
ไม่ได้สวยสะดุดตา ไม่ได้เป็นเจ้าหญิง
ไม่ได้เป็นผู้หญิงเพอร์เฟค ออกจะเป็นคนบ้านๆ
ที่พบเห็นได้ทั่วไป
แต่สิ่งพิเศษของเธอไม่ได้อยู่ภายนอก
แต่อยู่ข้างใน เธอมีหัวใจที่สวยเป็นพิเศษ
หัวใจที่ไม่คิดตัดสินอะไรจากภายนอก
และเป็นหัวใจที่จะเปลี่ยนแปลงผู้ชายหลงตัวเองคนนึงได้
และด้วยลุคผู้หญิงสวยบ้านๆ แบบนี้
ทำให้วันแรกๆ ที่เข้าฉาก วาเนสซ่า
พยายามที่จะคงลุคแบบนี้ไว้อย่างเต็มที่
วันแรกที่เข้าฉาก
ฉันพยายามจะให้ตัวละครฉันสมจริงที่สุด
ก็เลยพยายามทำผมให้มันยุ่งๆ พันๆ กัน
จนโปรดิวเซอร์ทนไม่ได้
ต้องบอกให้ช่วยจัดการทรงผมให้เข้าที่เข้าทางที
เพราะมันดูยุ่งเหยิงจนเกินไปแล้ว
ดังนันไม่น่าแปลกใจเลย หากสาวๆ คนไหนที่ได้ชม
Beastly แล้ว จะเกิดอาการหลงรักและเอ็นดู
ลินดี้ เพราะเธอดูเหมือน สาวข้างบ้าน พี่สาว
น้องสาว หรือ แม้แต่ตัวคุณเอง
ที่บังเอิญได้มีโอกาสได้ใกล้ชิดและใช้หัวใจสวยๆ
ช่วยแก้คำสาป ให้หนุ่มฮอตชนิดใจละลาย
และหนุ่มฮอตคนดังกล่าวได้แก่ อเล็กซ์
เพ็ตติเฟอร์ ที่ฝากผลงานเรื่องล่าสุดจาก I am
number 4 ที่มาใน Beastly
ฉายแววความหล่อกระชากใจมาก
กว่าเดิม เพราะเขาต้องมารับบท ไคล์ คิงสัน
เพอร์เฟ็คกาย
ที่พร้อมพรั่งทุกอย่างจนกลายเป็นคนหลงตัวเอง
จนในที่สุดโดนสาป ให้กลายร่างจาก เทพบุตร เป็น
อสูร
โอกาสที่เขาจะกลับมาเป็นดังเดิมได้อีกครั้ง
ก็เมื่อเขาได้คนพบคนที่รักเขา
เพราะหัวใจของเขาอย่างแท้จริง
และนั่นก็คือจนกว่าเขาจะได้เรียนรู้
ความสวยงาม จากภายในเช่นกัน
Beastly จึงเป็นเทพนิยายสำหรับปี 2011
ที่หลายครั้งความรักกลายเป็นสิ่ง ฉายฉวย
แต่เปราะบาง
ให้หันมาเห็นค่าและรู้ซึ้งถึงความสวยงามภายในอย่างแท้จริง
และให้ได้รู้ว่ารักแท้สามารถลบล้างคำสาปได้....
17 มีนาคม นี้
จุมพิตเดียวเท่านั้นจะสะกดคนทั้งโลก
|
|




|
|
|
|
|
|
|
|
|